โอละพ่อ! ลูกชายพาแม่กลับบ้าน แต่สิ้นลมคาซาเล้งกลางทาง ที่แท้เป็นสามีใหม่

หนุ่มเก็บของเก่าพาแม่กลับบ้านแต่สิ้นลมระหว่างทาง ที่แท้เป็นสามีใหม่ ลูกชายตัวจริงไม่ติดใจเอาความ

จากกรณี วานนี้ (11 ส.ค.63) โปลิศไทยแลนด์ – Police Thailand News ได้นำเสนอเรื่องราวของ

 นางตุ๊ อายุ 63 ปี ชาว ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม ที่เสียชีวิตบนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งจอดอยู่ริมถนน โดยมีนายอาทิตย์ อายุ 34 ปี ให้การว่าเป็นลูกชายผู้ตาย นั่งอยู่ข้างศพด้วยความโศกเศร้า

นายอาทิตย์ เล่าว่า ตนและแม่มีอาชีพหาเก็บของเก่าตามถนนขาย ค่ำไหนนอนนั่น แต่พอเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ได้เกิดล้มป่วย มีไข้ ตนจึงได้พาแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลพล อ.พล จ.ขอนแก่น พอถึงวันนี้ก็จะใกล้วันแม่ ตนเองจึงอยากจะพาแม่กลับบ้านเพื่อไปแสดงความรักต่อแม่ จึงขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจากบ้านที่ จ.มหาสารคาม ไปรับแม่ออกจากโรงพยาบาลพล

แต่ระยะทาง หลังจากไปรับแม่ออกจากโรงพยาบาล แม่บอกว่าหิวข้าว ตนจึงมองหาร้านขายอาหาร ขณะนั้นรถก็เกิดน้ำมันเกิดหมดกลางทาง ตนเองจึงลงจากรถเดินไปหาซื้อข้าวมาให้แม่ก่อน พอเดินกลับมา สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แม่เสียชีวิตอยู่ในพ่วงข้าง ตนจึงตะโกนเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย

และแจ้งไปยัง ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ ตำรวจเผยว่า สาเหตุของการเสียชีวิตคาดว่ามาจาก โรคประจำตัว คือ วัณโรคกำเริบ เนื่องจากเดินทางไกลและแดดร้อนจัด หลังตรวจสอบได้มอบศพให้นายอาทิตย์ ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด

ล่าสุด (12 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายอาทิตย์ จ.มหาสารคาม พบศพของนางตุ๊ ถูกตั้งบำเพ็ญกุศลภายในบ้านไม้ชั้นเดียว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยนายอาทิตย์และพี่สาว พร้อมญาติจำนวนหนึ่งมาร่วมงาน ไปสอบถามทางด้านนายบรรลุ รุนนา เผยข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า

ตนเป็นลูกชายของนางตุ๊ ส่วนนายอาทิตย์ไม่ใช่ลูก แต่เป็นสามีใหม่ของแม่ แล้วแม่ไปใช้ชีวิตกับสามีใหม่อยู่ที่ จ.ขอนแก่น อยู่หลายปี จนป่วยและไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังแม่ป่วยแม่อยากจะกลับมาบ้าน จึงให้นายอาทิตย์ ผู้เป็นสามีใหม่ พากลับมาแต่สุดท้ายแม่เสียชีวิตระหว่างทาง

โดยนายบรรลุ ผู้เป็นลูกชาย ไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตของแม่ เพราะที่ผ่านมานายอาทิตย์ดูแลแม่เป็นอย่างดี ไม่เคยทำร้ายแต่อย่างใด นายอาทิตย์เองก็คล้ายคนสติไม่สมประกอบ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สันนิษฐานว่า การที่นายอาทิตย์บอกคนอื่นว่าเป็นลูกของนางตุ๊ แล้วพาแม่กลับบ้าน น่าจะเพราะกลัวความผิดจึงบอกไปอย่างนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *