เปิดใจเหยื่อ “เด่นภูมิ” ลวงข่มขืนพริตตี้นับร้อย ต้องหาผู้หญิงคนอื่นมาเป็นตัวตายตัวแทน

จากกรณีพริตตี้สาวหลายราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายเด่นภูมิ อายุ 39 ปี ชาว จ.นนทบุรี ซึ่งแอบอ้างเป็นโมเดลลิ่งจ้างงานให้ไปเอนเตอร์เทน ชงเหล้าให้ลูกค้าตามงานเลี้ยงในห้องพักส่วนตัว พอมีพริตตี้สาวเป็นเหยื่อหลงเชื่อก็ใช้มีดจี้ บังคับเสพยา ชิงทรัพย์ และขืนใจ พร้อมถ่ายคลิปไว้ก่อนหลบหนี ซึ่งเหตุเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยล่าสุดทางตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD ที่ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง น.ส.นุ่น อายุ 22 ปี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายที่ถูกเด่นภูมิล่อลวง น.ส.มีน อายุ 23 ปี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายที่ถูกเด่นภูมิล่อลวง เเละ เสาวภาคย์ นิสัยชล ผู้เปิดโปงวีรกรรม เด่นภูมิ ประธานเพจ The Legend Lek’Saowapak มาพูดคุยกันถึงประเด็นนี้ในรายการ

หลังจากที่กองบังคับการปราบปรามเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำกำลังออกติดตามจับกุม นายเด่นภูมิ โมเดลลิ่งเก๊ลวงสาวพริตตี้ ได้เรียบร้อยเเล้วที่ห้องเช่าย่านสายไหม กทม. ทำให้ในวันนี้ 2 ผู้เสียหายได้มาเปิดใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ

 โดย น.ส.นุ่น เล่าว่า “เขาทักไลน์มาหา เสนองานเป็นงานเอ็นเตอร์เทน ด้วยจำนวนเงินที่เยอะ เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็เพิ่มจำนวนเงินมา เราเลยตอบรับงานไป ตอนแรกไม่รู้เอะใจอะไร เพราะคิดว่างานน่าจะเป็นแบบนี้ ส่วนตัวไม่เคยรับงาน ในลักษณะนี้มาก่อนเราไม่เคยทำงานแบบนี้ เราก็เลยเชื่อเขา เลยทำตามที่เขาบอก ตกลงกันว่าจะไปรอลูกค้าที่โรงแรม แต่พอเข้าไปไม่ถึง 5 นาที เขาก็มาเคาะห้อง พุ่งเข้ามา โชว์มีดขู่บอกให้เงียบ

เขาบังคับให้เราถอดเสื้อผ้า ปู้ยี่ปู้ยำเรา บังคับเสพยา ทั้งถ่ายรูปและวีดีโอ ขู่ว่าจะแบล็คเมล ถ้าเราทำตัวน่าสงสาร ร้องไห้ เขาก็จะเข้ามาทำร้าย ทุบตี แต่ที่สุดเลยก็คือใช้ด้ามมีดยัดเข้าไปที่อวัยวะเพศของเรา หลังจากโดนกระทำ เราอ้อนวอนขอให้ปล่อยตัว เขาบอกให้เราหาผู้หญิงคนใหม่มาให้ ถึงจะยอมปล่อยไป เขาเอาโทรศัพท์เราไป โทรหาผู้หญิงในกลุ่มพริตตี้ ดูที่สวมแหวน ใส่ทองเป็นพิเศษ

ส่วนด้าน น.ส.มีน เหยื่อคนที่สองในวันเดียวกัน ได้เล่าว่า “ถูกโทรมาจ้างงานแล้วรับรองว่า จะมีเพื่อนผู้หญิงอยู่ด้วยไม่อันตราย เเต่พอไปถึงเราก็เอะใจว่ามันเป็นโรงแรมนี้จริงๆ หรอ แต่พอไปถึงหน้าห้องได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนให้เข้าไปเราก็วางใจ พอเปิดประตูเข้าไป

เขาก็เข้ามาเอามีดจ่อ สั่งให้นั่งลงและส่งกระเป๋าสตางค์มาให้ ในใจเราก็คิดว่าโดนแล้ว แต่ก็ต้องตั้งสติให้ได้ เขาสั่งให้เราถอดเสื้อผ้า เอามีดจี้ให้เสพยา เราคิดว่าจะทำยังไงดี ตอนนั้นคิดว่าถ้าสู้คงไม่รอดแน่ หันไปมองน้องเขา เขาก็มีสภาพอิดโรยมาก เราเลยตัดสินใจยอมทำตามไปก่อน”

เขาล่วงละเมิดทางเพศเราซ้ำๆ สลับกับการเสพยา ทำอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ จนกว่าเขาจะสำเร็จความใคร่ จนเช้าเขาเอาทรัพย์สินของเราไปทั้งหมด เปิดแอปฯ ธนาคารให้โอนเงินให้ แถมยังสั่งให้โทรไปยืมเงิน ขู่ว่าถ้าอยากจะออกไปก็ไปหาเงินมาให้ได้ แต่มันเช้ามากไม่มีใครให้ยืมเงิน เขาเลยบอกว่าถ้าเราอยากรอดให้หาคนมาเพิ่ม”

ต่อมานายเด่นภูมิ เขาได้หลอกลวงเหยื่อมาเพิ่มได้สำเร็จและได้ให้ น.ส.มีน และ น.ส.นุ่น เข้าไปในห้องน้ำ ทั้งสองคนถึงได้มีเวลาวางแผนหนี โดยใช้วิธีชื่นชมยกยอให้นายเด่นภูมิคล้อยตาม เพราะคนที่เสพยาในช่วงนั้นจะขาดสติและชอบให้ชื่นชม จนเหยื่อทั้งสองพูดจนได้สมาร์ทโฟน คืนมา โดยอ้างว่าจะโอนเงินจากเหยื่อคนที่สามให้เพื่อความปลอดภัย ซึ่งพวกเธอไม่ได้โอนเงิน เพียงอย่างเดียว แต่พวกเธอได้กดเรียกรถแท็กซี่ให้ขึ้นมาช่วย จนทั้งสองคนหนีได้สำเร็จ

ส่วนพี่เล็ก เสาวภาคย์ นิสัยชล ประธานเพจ The Legend Lek’Saowapak เผยหลังมีคนมาร้องเรียนว่า “มีน้องผู้หญิงถูกล่อลวงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร แล้วก็รู้ว่าเป็นคน คนนี้ทำ เลยตามไปเอาตัวมา ไปเจอเขาอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ห้องหนึ่ง ในตอนนั้นที่หลุดไป เหยื่อ 10 กว่าคนตอนนั้นตัดสินใจไม่เอาความ

แต่ขอทำโทษเป็นการให้ทุกคนตบหน้า ตำรวจก็ไม่สามารถทำอะไรได้จึงปล่อยไป แต่ก็ติดตามดูพฤติกรรมตลอด ถ้ารวมตั้งแต่ที่ผมได้รับเรื่องมาตั้งแต่แรก มีเหยื่อร่วม 100 คน แต่บางคนเขาไม่กล้า ที่จะออกมาเอาเรื่อง

หลังจากจบครั้งแรกไป ก็มีครั้งที่สองตามมา พาตัวมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ไม่มีเจ้าทุกข์มาเพื่อแจ้งความ ผมก็ได้แต่ทำโทษและให้เขารับปากว่าจะไม่ทำอีก เขาสาบานต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่ามันทำอีกแล้ว ผมเลยสั่งลูกน้องให้ปูพรมตามหาตัวมาให้ได้ โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอดไม่ได้ทิ้งคดีไปไหน”

โดยตอนนี้ หลังจากเหยื่อได้ทราบข่าวว่านายเด่นภูมิโดนจับแล้ว ก็ได้บอกความในใจว่า “อยากให้เขาตาย ไม่ใช่แค่ถูกจับ เขาไม่สมควรจะมีที่ยืนในสังคมค่ะ มันฝังใจ มันติดอยู่ในหัวตลอด หวาดกลัวและระแวงมาตลอดตั้งแต่โดนกระทำ ไม่กล้ารับงานอีกเลย และไม่กล้าบอกครอบครัว ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ ไม่อยากให้ใครต้องมาโดนแบบนี้ แต่เราก็รักชีวิตตัวเองด้วย เราเองก็ไม่อยากตาย เขาขู่ว่าจะเอาคลิปมาแบล็คเมล ไปโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ ขู่ว่าจะสั่งเก็บเรา เราเลยเลือกที่จะเงียบดีกว่า ตอนนี้เข็ดและไม่อยากรับงานในลักษณะนี้อีกแล้ว เมื่อจับตัวเขาได้ ก็คิดว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น แต่สภาพจิตใจเราไม่เหมือนเดิม มันแย่ลง ทำให้เราไม่อยากออกไปเจอใคร เพื่อนฝูงก็ไม่กล้าเจอ มันทำให้หนูกลัวไปเลยค่ะ จำไปจนตาย”

สุดท้าย น.ส.มีน ได้ฝากเอาไว้ถึงนายเด่นภูมิว่า “คนในคุกไม่มีใครชอบคดีแบบนี้ ต่อให้เป็นนักโทษทุกคนมีความเป็นคน แต่สิ่งที่เขาทำในวันนี้มันไม่มีความเป็นคน ถ้าเข้าไป เขาก็จะได้เจอกับนรก ให้รู้สึกตายทั้งเป็น เหมือนที่คนอื่นเขารู้สึก เพราะเหยื่อกว่าร้อยคนพอรู้ข่าวว่านายเด่นภูมิถูกจับ ก็ส่งข้อความมาคุยว่าโดนเหมือนกัน ซึ่งที่เเค้นที่สุดคือเพื่อนสนิทที่รู้จักโดนเช่นกัน เลยทำให้เราต้องออกมาสู้ออกมาเเจ้งความ ให้นายเด่นภูมิได้รับกรรมในสิ่งที่เขาทำ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *