พ่อจมน้ำตายพร้อมลูก 5 ขวบ ศพลอยอืดโผล่คนละท่า เสียงร้องสุดท้าย “พ่ออย่าทิ้งหนูไป”

เมื่อเวลา 07.30 น. (21  เม.ย. 63) ร.ต.อ พิทยา ศรีเรือง รอง สว.(สอบสวน)  สภ. พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบศพเด็กหญิงลอยอยู่ในแม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าน้ำหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา  ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาล พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์    

พบเป็นศพเด็กหญิงอายุประมาณ 4-5 ปี ลอยติดอยู่กับผักตบชวา สภาพศพขึ้นอืด ส่งกลิ่น เหม็นลักษณะการแต่งกาย สวมเสื้อคอกลมสีฟ้าลายการ์ตูน กางเกงยีนส์ขาสั้น  ตรวจสอบตามร่างกายในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย

สอบถาม นายนเรศ อายุ 34 ปี ผู้พบศพ ตนเองทีอาชีพเดินเรือสินค้า ช่วงเช้าระดับ น้ำขึ้นสูง มีผักตบชวาจำนวนมากลอย อยู่ในแม่น้ำ เห็นพัฒนาเหมือนตุ๊กตาลอยปะปนอยู่ใน ผักตบชวา แต่สังเกตเห็นว่ามีแมลงวันบินตอม จึงได้พายเรือเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่ากลายเป็นศพ เด็กหญิงจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบร่วมกับแพทย์  ในเบื้องต้น อายุประมาณ 4-5 ปี สภาพศพขึ้นอืดมาก เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน  จากการสอบถามชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุ ยังไม่มีใครแจ้งว่าเด็กสูญหายไป  ต้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ใกล้เคียง ว่ามีรับแจ้งเด็กสูญหายไปบ้างหรือไม่ 

ต่อมา เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.ท ภาคภูมิ วัฒนศิริ รองสว(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบศพเพศชายลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดพุทไธสวรรย์  ต.สำเภาล่ม อ. พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ

กลางแม่น้ำเจ้าพระยา พบศพชายอายุประมาณ อายุประมาณ 40-45 ปี สภาพศพนอนหงายขึ้นอืด สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ ไม่สวมกางเกง ตรวจสอบในเบื้องต้นตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย      
เจ้าหน้าที่ตำรวจจงได้ส่งศพชันสูตรเบื้องต้น ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

ต่อมามีประชาชนให้ข้อมูลผู้เสียชีวิตที่พบรายนี้ และศพเด็กหญิง อายุ 4-5 ปี ที่พบลอยอยู่กลางแม่น้ำป่าสัก  บริเวณท่าน้ำหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเช้า น่าจะเป็นพ่อลูกที่เร่ร่อนมาอาศัยอยู่ที่วัดธรรมนิยม ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

นางสวิง อายุ 82 ปี ชาวบ้านที่มาช่วยเหลืองานที่วัด เปิดเผยว่า พบเห็นสองพ่อลูกหอบหิ้วกระเป๋าข้าวของมาอาศัยอยู่ภายในวัด ไม่ทราบว่ามาจากไหน กลางวันตัวพ่อจะหายไป จะกลับมาในช่วงเย็นๆ ส่วนเด็กจะวิ่งเล่นอยู่ในวัด  ไม่ได้สอบถามอะไรมาก เพราะที่วัดจะมีคนเร่ร่อนมาอาศัยข้าวที่วัดกินเป็นประจำ แต่หายตัวไปทั้งพ่อและลูกได้ประมาณ 3 วัน ทิ้งแต่เสื้อผ้ากองเอาไว้จึงได้เก็บรวบรวมใส่ถุงดำเอาไว้

นางบุษยา อายุ 43 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ข้างวัดติดกับแม่น้ำป่าสัก เปิดเผยว่า  เมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน เวลาประมาณ23.00 น.  หลานสาวบอกว่ามีเสียงคนร้องไห้ อยู่ที่ศาลต้นไทรข้างบ้าน  ตนจึงตื่นขึ้นมาดู มองออกไปไม่เห็นเพราะมันมืดมากได้ยินเสียง เด็กร้องว่า “พ่ออย่างทิ้งหนูไป ช่วยด้วยๆ” แล้วมีเสียงตูมเหมือนของตกน้ำ แล้วมีเสียงสุนัขเห่าเสียงดัง จากนั้นเงียบหายไปไม่ได้สนใจอะไร จนมาทราบข่าวว่าเจอศพ เด็กผู้หญิง กับศพผู้ชายลอยน้ำ จึงเชื่อว่าน่าเป็นสองพ่อลูกนี้

จากการตรวจสอบบริเวณศาลต้นไทร พบผ้าขนหนูสีชมพูตกอยู่ 1 ผืน ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ การเข้าออกมายังศาลต้นไทร เข้าออกได้ทางเดียว  ต้องเดินผ่านใต้ถุนบ้านของพยานที่ได้ยินเสียงเด็กร้องเท่านั้น ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบ ภายในกระเป๋าและเสื้อผ้าของสองพ่อลูกที่อยู่ข้างโบสถ์ของวัด พบสำเนาบัตรประชาชน นายสมศรี อายุ 41ปี ชาว อ.บรบือ จ.มหาสารคราม และสำเนาสูติบัตร ด.ญ.แอน อายุ  5 ปี  ระบุมารดาชื่อ น.ส.สกุณา อายุ 44 ปี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐาน ว่าสองพ่อลูก อาจจะเดินไปที่ริมแม่น้ำป่าสักพร้อมกับลูก ผู้เป็นพ่ออาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำตาย ทิ้งลูกเอาไว้ แล้วลูกสาวได้กระโดดน้ำตามลงไป หรืออาจจะไปอาบน้ำ  เพราะสภาพศพของพ่อเด็กไม่สวมกางเกง และในจุดที่จมน้ำยังพบผ้าขนหนู ช่วงจังหวะที่เดินลงไปริมน้ำเป็นทางลาดชัน ทำให้พลัดตกลงไปในแม่น้ำ แล้วเด็กคิดว่าพ่อจะหนีไป จึงร้องขอความช่วยเหลือกระโดดน้ำตามลงไป จนจมน้ำหายไปทั้งคู่ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *