พ่อของนศ.ตรังเหยื่อสิบล้อชนดับคาที่(คลิป)

พ่อของ นศ.ได้ออกมายืนยันว่าลูกไม่ได้ดูมือถือวอนนักเลงคีบอร์ดอย่าสร้างตราบาปให้ลูกเพราะลูกของเขาไม่ได้เล่นโทรศัพท์ตามที่เมียคนขับแอบอ้าง คนขับรถสิบล้อออกมาสารภาพเองว่ามองไม่เห็น

จากกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อพุ่งชน นายธนวัตร นิลละออ อายุ 20 ปี นักศึกษา ชั้น ปวส.2 วิทยาลัยเทคนิคตรัง ลากร่างครูดไปกับพื้นผิวถนนไปไกล 38 เมตร ขณะขับรถ จยย.กลับจากไปส่งรายงานทำเรื่องขอจบที่วิทยาลัยฯ ระหว่างทางขากลับก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.ตรัง เหตุเกิดบริเวณสี่แยกบ้านควน ถ.สายตรัง-ปะเหลียน ต.โคกหล่อ อ.เมือง ตรัง เมื่อช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตเวลา 22.12 น.ในคืนวันเดียวกัน ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาเพื่อนนักศึกษาและญาติๆ ขณะเดียวกันได้เกิดประเด็นดราม่าจนทำให้คนในครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนนักศึกษาไม่พอใจอย่างมากที่มีข่าวออกมาว่าผู้เสียชีวิตเล่นมือถือขณะขับรถ จนเป็นสาเหตุให้ประสบอุบัติเหตุดังกล่าว และมีการแชร์ข้อความแสดงความคิดเห็นลงไปในข่าวจนทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก

ต่อมาวันที่ 12 ธ.ค.62 นายธวัช หรือบ่าว นิลละออ อายุ 52 ปี พ่อผู้เสียชีวิตพร้อมด้วยเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เดินทางพบผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.ตรัง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตามที่ภรรยาคนขับรถบรรทุกสิบล้อออกมาให้ข่าวว่า ผู้เสียชีวิตเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถนั้นไม่เป็นความจริงเลย พร้อมทั้งนำผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง ได้ชี้จุดและเล่าเหตุการณ์นาทีที่รถสิบล้อพุ่งชนท้ายกวาดรถ จยย. ขณะชะลอจอดรอไฟแดงตรงสี่แยกบ้านควนลากร่างครูดไปไกล 38 เมตร จนเสียชีวิต

นางสาวอาทีมา ชาญวุธ อายุ 20 ปี เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เพื่อนไม่ได้เล่นมือถือเลยเขาเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายคาดอก แต่มันกระเด็นออกมาเพราะกระเป๋าขาด ตอนที่เขาล้มเขาหน้าอกกระแทกกับพื้นถนน ตามที่เมียคนขับรถบรรทุกบอกว่า เพื่อนเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถนั้น ยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง เพราะเมียคนขับนั้นนั่งอยู่ที่บริเวณตอนหลังรถสิบล้อ ข้างหน้าเป็นคนขับและคนนั่งข้างอีกคน เมียคนขับอยู่ด้านหลัง ผลกระทบหลังจากที่ข่าวเสนอออกไปคลาดเคลื่อนนั้น คนที่ได้เห็นข่าวไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร เขาได้รุมด่าเพื่อนตนทั้งที่เพื่อนไม่ผิด

เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวอีกว่า แม้กระทั่งบุคลากร ในวิทยาลัยฯ เองที่อ่านข่าวก็ไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็อาจจะโทษว่าเพื่อนผิด มีเพียงเด็กในแผนก อาจารย์ในแผนก และคนที่รู้จริงๆ ที่คอยแก้ข่าวว่ามันไม่ใช่ความจริง ปกติเพื่อนเป็นคนขับรถระมัดระวัง ใส่หมวกกันน็อกตลอด หากไม่มีเหตุจำเป็นหรือพ่อแม่โทรมาเขาไม่ค่อยรับสายใครอยู่แล้ว ตนเองยังรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนอยากฝากกับสังคมว่าควรเสพข่าวอย่างมีสติ ผู้เสนอข่าวด้วยควรจะฟังความทั้งสองข้าง ผลกระทบเกิดกับครอบครัวของผู้สูญเสียและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *